ไหนจะ Facebook, Twitter, Pinterest, Google+, LinkedIn และอีกหลายแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่พร้อมให้แบรนด์ทั่วโลกเลือกใช้
แต่ว่าแพลตฟอร์มใดหนอที่จะสร้างความคุ้มค่ากับเงินทุนที่ลงทุนไปได้มากที่สุด?
แผนภาพ
Infographic นี้จะบอกเล่าสิ่งที่ทุกคนควรรู้ในการเลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะสมที่สุด
ปัจจุบัน
โซเชียลมีเดียกลายเป็นช่องทางสำคัญในการทำธุรกิจที่ได้รับความนิยมมาตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
แต่ด้วยรูปแบบที่มีความหลากหลายจึงส่งผลให้นักธุรกิจส่วนใหญ่เกิดความสับสนว่าโซเชียลมีเดียประเภทไหนคือรูปแบบที่มีความเหมาะสมในการใช้งานมากที่สุด
เว็บไซต์ Infographics.sg จึงได้รวบรวมคำแนะนำเพื่อเป็นแนวทางในการเลือกของโซเชียลมีเดียให้เหมาะกับการทำธุรกิจแต่ละประเภท
โดยใช้หลักเกณฑ์ในตัดสินรวมกัน 3 ข้อ คือ รูปแบบของสื่อที่ต้องการนำเสนอ
จุดประสงค์ในการใช้งาน และกลุ่มเป้าหมาย
เริ่มต้นด้วย “รูปแบบของสื่อที่ต้องการนำเสนอ” ปัจจุบันการใช้งานโซเชียลมีเดียมีรูปแบบการใช้งานที่หลากหลายและมีจุดเด่นในการนำเสนอที่แตกต่างกันไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย
วีดีโอ บทความ และข้อความ
โดยโซเชียลมีเดียที่สามารถตอบสนองต้องการในการใช้งานอย่างครบถ้วนทั้ง 4 รูปแบบคือ Facebook
และ
Google+ แต่หากในการทำธุรกิจมีรูปแบบในการสื่อสารที่ค่อนข้างเฉพาะเจาะจง เช่น
การใช้ภาพถ่ายเพียงอย่างเดียวก็ควรเน้นการนำเสนอผ่าน Pinterest และ Instagram
เป็นช่องทางหลัก
ต่อมาคือ “จุดประสงค์ในการใช้งาน” โดยจุดประสงค์ของการใช้งานที่ถูกใช้เป็นหลักเกณฑ์ในการเลือกโซเชียลมีเดียมีรวมกัน
4 ข้อ คือ 1.ต้องการเชื่อมโยงกับ SEO 2.เพิ่ม Traffic บนเว็บไซต์ 3.เพิ่มชื่อเสียงของแบรนด์
4.เพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค
ผลการสำรวจพบว่า Facebook, Twitter, Google+ และ Youtube
เป็นโซเชียลมีเดียที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการในการใช้งานทั้ง
4 ข้อได้อย่างตรงจุด แต่ดูเหมือนว่าโซเชียลมีเดียทั้ง 4 ก็ยังคงไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์
เนื่องจากการใช้งาน Facebook และ Twitter ยังมีข้อจำกัดในเรื่องการเชื่อมโยงกับ
SEO ที่อยู่ในระดับปานกลางเท่านั้น รวมไปถึง Google+ และ Youtube
ก็มีข้อจำกัดในเรื่องการเพิ่ม
Traffic บนเว็บไซต์ที่อยู่ในระดับปานกลางเช่นเดียวกัน
ปิดท้ายด้วย “กลุ่มเป้าหมาย” การใช้กลุ่มเป้าหมายในการเลือกโซเชียลมีเดียนี้
สามารถแบ่งได้โดยใช้เกณฑ์พื้นฐานในการตัดสินอย่างอายุ เพศ การศึกษาและรายได้
แต่ที่มักพบเห็นกันส่วนใหญ่มักให้ความสำคัญในเรื่องของอายุและเพศของผู้บริโภคเป็นหลัก
โดยโซเชียลมีเดียแต่ละรูปแบบก็เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายซึ่งมีวัยที่แตกต่างกันอย่าง Google+
เหมาะสมสำหรับการใช้งานที่มีกลุ่มเป้าหมายที่ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น
(อายุต่ำกว่า 24ปี) ในขณะที่ Facebook และ Linkedin เหมาะสมกับการใช้งานที่มีกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ที่เป็นผู้สูงอายุ
(อายุ 45ปีขึ้นไป)
และหลังจากเลือกโซเชียลมีเดียที่เหมาะสมในการทำธุรกิจได้แล้ว
สิ่งสำคัญต่อมาก็คือ
การปรับทักษะของผู้ใช้งานให้เหมาะสมกับการใช้งานโซเชียลมีเดียแต่ละรูปแบบ
โดยทักษะสำคัญที่ช่วยเสริมให้การทำงานโซเชียลมีเดียมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นประกอบด้วย
ทักษะด้านการเขียน ออกแบบ ถ่ายวีดีโอ และถ่ายภาพ
ซึ่งโซเชียลมีเดียในแต่ละรูปแบบก็ต้องอาศัยทักษะในการใช้งานที่แตกต่างกัน เช่น
ในการใช้งาน Facebook ให้มีประสิทธิภาพต้องอาศัยทักษะในด้านการเขียนและการถ่ายภาพเป็นหลัก
ที่มา thumbsup


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น